บทที่ 7 ทั้งหึงทั้งห่วง
ทั้งหึงทั้งห่วง
ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนกับกางเกงขายาวทรงพอดี ความภูมิฐานยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบตึง ขรึมสนิท...
“คุ...คุณอัค! มาได้ยังไงคะ” เสียงหวานสั่นด้วยความตื่นตระหนก
สัญชาตญาณบางอย่างรวมถึงท่าทางไม่เป็นมิตรของผู้มาใหม่ ทำให้ตะวันรีบดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงมาจากรถ เข้ามายืนบังมุกดาไว้ตามประสาชายหนุ่มที่ต้องการปกป้องหญิงสาว
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณ?” น้ำเสียงของตะวันยังคงสุภาพ แต่สายตาจ้องมองอัครินทร์อย่างระแวดระวัง
รินทร์ไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเท้าเอว ดวงตาคมกริบตวัดผ่านไหล่ของตะวัน มองตรงไปยังคนตัวเล็กที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลัง
“ขึ้นรถ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่ง
“มุกรู้จักเขาเหรอ...” ตะวันหันมาถาม มุกดารีบพยักหน้ารับทันที
“... นี่คุณอัครินทร์เป็นผู้ปกครองของมุกเอง”
คำตอบนั้นทำให้ตะวันคลายสีหน้าตึงเครียดลงเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือไหว้แสดงความเคารพตามมารยาท “อ้อ... ครับ สวัสดีครับผมเป็นเพื่อนสนิทของมุกครับ”
แต่อัครินทร์กลับมีเพียงใบหน้านิ่งเฉย ไม่ยินดียินร้ายที่จะทำความรู้จักกับเพื่อนของคนในปกครอง
ความเงียบและสายตาเย็นชาของอีกฝ่ายทำเอาตะวันรู้สึกเหมือนถูกกดดันทางอ้อมจนทำตัวไม่ถูก
“คุยกันเสร็จแล้วก็ไปได้” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยเร่ง
ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะไม่ชอบใจ แต่บรรยากาศ ทำให้เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะไปต่อกรด้วยได้
“จะยืนรออะไรอีก” เขาเร่งเด็กในปกครอง
มุกดาเม้มริมฝีปากแน่น มองหน้าเพื่อนอย่างลำบากใจก่อนเอ่ยเสียงเบา “ตะวัน... ขับรถกลับดี ๆ นะ”
ตะวันยังไม่ทันเอ่ยปากตอบ อัครินทร์ก็เอื้อมมือใหญ่จับข้อมือบางไว้
แรงบีบที่ส่งมามีมากพอให้เธอสะดุ้ง ทว่าไม่ได้รุนแรงถึงขั้นกระชาก หากแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่ปฏิเสธไม่ได้
“กลับ”
สิ้นคำสั่งสั้น ๆ ร่างบอบบางก็เดินตามแรงดึงอย่างว่าง่าย ตะวันทำได้เพียงยืนมองภาพนั้นด้วยความอึดอัดใจ
เมื่อเดินมาถึงรถเก๋งคันหรูสีดำ อัครินทร์กดรีโมตปลดล็อกแล้วตวัดสายตาดุเป็นเชิงสั่ง มุกดารู้หน้าที่ดี เธอรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ เขารอจนเธอเข้าไปนั่งเรียบร้อย จึงก้าวขึ้นประจำตำแหน่งคนขับแล้วออกรถไปทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มรุ่นน้องยืนมองตามท้ายรถที่ลับสายตาไปด้วยความรู้สึกขุ่นมัว
‘ทำอย่างกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ!’ ตะวันคิดอย่างเคลือบแคลงใจ...
ภายในรถหรูตกอยู่ในความเงียบ อัครินทร์เคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ สายตาคมยังคงจ้องมองถนนเบื้องหน้า ทว่าในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มของมุกดาที่มอบให้ชายหนุ่มคน
เมื่อครู่... รอยยิ้มสดใสที่เขาไม่เคยได้รับ ตั้งแต่วันที่เขาเดินทางกลับมา
เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในใจ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาต้องลงมือตามมาเฝ้ามองเด็กในปกครองถึงมหาวิทยาลัย และทำไมหัวใจถึงได้ร้อนรุ่มเพียงแค่เห็นเธออยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น!
ภายในรถมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ขณะรถสปอร์ตสีดำเคลื่อนตัวไปตามถนนใหญ่
มุกดานั่งตัวตรง มือทั้งสองวางซ้อนกันบนตัก ดวงตาคู่หวานทอดมองภาพด้านนอกหน้าต่าง แม้พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ปลายนิ้วที่บีบเข้าหากันแน่นกลับเผยความกังวลในใจอย่างปิดไม่มิด
อัครินทร์จับพวงมาลัยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาคมทอดมองถนนเบื้องหน้า หากความคิดกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับการขับรถแม้แต่น้อย
ภาพรอยยิ้มของมุกดาที่ส่งให้ตะวันยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหาย
รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็น...
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเผลอเหยียบคันเร่งโดยไม่รู้ตัว
ความเร็วของรถที่เพิ่มขึ้น ทำให้มุกดาเหลือบมองคนข้างกายอย่างระแวดระวัง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยเสียงแผ่ว
“มุก...ทำให้คุณอัคไม่สบายใจหรือเปล่าคะ”
มือใหญ่บนพวงมาลัยชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
“รู้ตัวก็ดี...” น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเฉย “ครั้งหน้าก็อย่าให้ฉันเห็นอีก”
มุกดาเม้มริมฝีปากบาง พลางก้มหน้าลงรับคำเงียบ ๆ
“ค่ะ”
แม้ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดจนต้องได้รับคำตำหนิจากอีกฝ่าย แต่เธอก็พร้อมเชื่อฟัง
รถแล่นต่อไปท่ามกลางความเงียบ ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง...
